ระบบสลับตัวละครใน Assassin’s Creed Shadows ทำงานอย่างไร เลือก Naoe หรือ Yasuke ตอนไหนจึงเหมาะที่สุด

Browse By

ระบบสลับตัวละครใน Assassin’s Creed Shadows เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เกมภาคนี้แตกต่างจากหลายภาคก่อนหน้า ผู้เล่นไม่ได้ควบคุมตัวละครเอกเพียงคนเดียวตลอดการผจญภัย แต่สามารถเลือกเล่นระหว่าง Naoe ชิโนบิผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบเร้น กับ Yasuke ซามูไรผู้โดดเด่นด้านการต่อสู้แบบเผชิญหน้าได้ หลังจากดำเนินเนื้อเรื่องหลักไปถึงช่วงที่ระบบดังกล่าวถูกปลดล็อก

การสลับตัวละครไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์หรืออาวุธเท่านั้น เพราะ Naoe และ Yasuke มีความสามารถ อุปกรณ์ สกิล สถิติ และแนวทางผ่านภารกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ผู้เล่นจึงต้องพิจารณาสภาพพื้นที่ ประเภทศัตรู และวัตถุประสงค์ของภารกิจก่อนตัดสินใจเลือกตัวละครที่เหมาะสม Ubisoft ระบุว่าตัวละครทั้งสองมีระบบพัฒนา สถิติ สกิล และอุปกรณ์ประจำตัวของตนเอง แต่ยังสามารถเข้าร่วมภารกิจจำนวนมากด้วยตัวละครที่ผู้เล่นต้องการได้

ผู้ที่สนใจเนื้อหาเกี่ยวกับเกม ข่าวสาร และบทวิเคราะห์ความบันเทิง สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งมีเนื้อหาหลากหลายให้เลือกอ่านอย่างต่อเนื่อง

แนะนำตัวละคร Naoe และ Yasuke พร้อมจุดเด่นของแต่ละคนใน Assassin’s Creed Shadows

ระบบสลับตัวละครใน Assassin’s Creed Shadows คืออะไร

ระบบสลับตัวละครคือกลไกที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเปลี่ยนระหว่างตัวละครเอกสองคน ได้แก่ Naoe และ Yasuke หลังจากผ่านช่วงต้นของเนื้อเรื่องและปลดล็อกตัวละครทั้งสองครบแล้ว

ในช่วงเริ่มเกม ผู้เล่นยังไม่สามารถเลือกใช้ทั้งสองคนได้อย่างอิสระ เนื่องจากเกมต้องการแนะนำภูมิหลัง เหตุผลในการออกเดินทาง และระบบพื้นฐานของแต่ละตัวละครก่อน เมื่อเนื้อเรื่องของทั้งสองมาบรรจบกัน ผู้เล่นจึงจะเริ่มเลือกได้ว่าจะใช้ใครในการเดินทาง สำรวจ หรือรับภารกิจต่าง ๆ

Ubisoft แนะนำว่าผู้เล่นที่ต้องการปลดล็อกทั้งสองตัวละครเร็วขึ้นควรเน้นดำเนินเนื้อเรื่องหลักในช่วงแรก และให้ความสำคัญกับเป้าหมายในกลุ่ม Shinbakufu บน Objective Board เมื่อผ่านช่วงที่กำหนดแล้วจึงจะสามารถสลับระหว่าง Naoe และ Yasukeได้อย่างอิสระมากขึ้น

ทำไมช่วงต้นเกมจึงยังสลับตัวละครไม่ได้

สาเหตุที่เกมไม่เปิดระบบสลับตัวละครตั้งแต่เริ่มต้นเกี่ยวข้องกับการเล่าเรื่องโดยตรง ผู้เล่นจำเป็นต้องทำความรู้จัก Naoe และ Yasuke แยกกันก่อน เพื่อให้เข้าใจว่าทั้งสองมีภูมิหลัง แรงผลักดัน และความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในญี่ปุ่นยุคเซ็นโกคุอย่างไร

ช่วงต้นเกมยังทำหน้าที่เป็นบทเรียนสำหรับระบบหลัก ได้แก่

  • การลอบเร้น
  • การปีนป่าย
  • การสังเกตพื้นที่
  • การต่อสู้ระยะประชิด
  • การปัดป้องและหลบหลีก
  • การใช้อาวุธ
  • การสำรวจ Objective Board

Naoe และ Yasuke มีความสามารถต่างกันมาก หากเกมเปิดให้ผู้เล่นสลับได้ทันทีโดยไม่มีการแนะนำ ผู้เล่นใหม่อาจสับสนกับระบบจำนวนมาก การกำหนดช่วงเนื้อเรื่องก่อนปลดล็อกจึงช่วยให้เข้าใจเอกลักษณ์ของแต่ละคนได้ง่ายขึ้น

ปลดล็อกการสลับตัวละครได้เมื่อใด

ระบบจะเปิดหลังจากผู้เล่นดำเนินเนื้อเรื่องหลักไปถึงช่วงที่ Naoe และ Yasuke สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มรูปแบบ ระยะเวลาที่ใช้จะแตกต่างกันตามพฤติกรรมการเล่น หากเน้นภารกิจหลักก็จะถึงจุดนี้เร็วกว่าผู้เล่นที่ใช้เวลาสำรวจ ทำกิจกรรมรอง หรือเก็บทรัพยากรตามแผนที่

ผู้เล่นที่ต้องการเข้าถึงระบบเร็วไม่ควรใช้เวลาช่วงแรกกับกิจกรรมเสริมมากเกินไป ควรติดตามภารกิจหลักและเป้าหมายของ Shinbakufu เป็นลำดับแรก หลังจากปลดล็อกตัวละครทั้งสองแล้วจึงค่อยกลับไปทำภารกิจรอง สำรวจปราสาท หรือเก็บของสะสมด้วยตัวละครที่เหมาะกับกิจกรรมนั้น

อย่างไรก็ตาม การเร่งปลดล็อกไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ช่วงต้นเกมมีหน้าที่อธิบายเหตุการณ์สำคัญและสร้างพื้นฐานของเรื่องราว การเล่นตามจังหวะปกติจะช่วยให้เข้าใจแรงจูงใจของตัวละครได้ครบถ้วนกว่า

วิธีสลับระหว่าง Naoe และ Yasuke

เมื่อระบบถูกปลดล็อก ผู้เล่นสามารถเลือกเปลี่ยนตัวละครจากหน้าจอเมนูที่เกี่ยวข้องกับตัวละครและอุปกรณ์ โดยเกมจะแสดงตัวเลือกของ Naoe และ Yasuke ให้เปลี่ยนตามสถานการณ์

การเปลี่ยนไม่ได้หมายความว่าตัวละครจะปรากฏแทนกันต่อหน้าศัตรูทันทีในทุกสถานการณ์ ระบบมักต้องการให้ผู้เล่นอยู่ในสถานะที่ปลอดภัย ไม่อยู่กลางการโจมตี และไม่ติดเงื่อนไขของภารกิจบางประเภท

หากกำลังต่อสู้ ถูกไล่ล่า อยู่ในพื้นที่จำกัด หรือกำลังเล่นช่วงเนื้อเรื่องที่บังคับตัวละคร ปุ่มเปลี่ยนอาจไม่สามารถใช้งานได้ ผู้เล่นจึงควรถอนตัวออกจากเขตอันตรายและรอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติก่อน

สามารถสลับตัวละครได้ทุกเวลาหรือไม่

แม้เกมจะให้อิสระค่อนข้างมาก แต่ผู้เล่นไม่สามารถเปลี่ยนตัวละครได้ทุกวินาที โดยทั่วไปจะมีข้อจำกัดในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น

  • อยู่ระหว่างการต่อสู้
  • ศัตรูกำลังค้นหาหรือไล่ล่า
  • อยู่ในเขตภารกิจที่ล็อกตัวละคร
  • กำลังทำเหตุการณ์เนื้อเรื่องเฉพาะ
  • อยู่ในพื้นที่ที่ไม่รองรับการเปลี่ยน
  • ตัวละครอีกคนติดภารกิจเฉพาะบางอย่าง

ข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เล่นเปลี่ยนตัวละครเพื่อหลีกเลี่ยงผลจากการต่อสู้โดยทันที และช่วยรักษาความต่อเนื่องของฉากเนื้อเรื่อง

ดังนั้น หากวางแผนจะเข้าไปในปราสาทหรือค่ายศัตรู ควรเลือกตัวละครให้เรียบร้อยก่อนเริ่มแทรกซึม ไม่ควรหวังว่าจะเปลี่ยนจาก Naoe เป็น Yasuke ทันทีเมื่อถูกตรวจพบเสมอไป

ภารกิจทุกภารกิจเลือกตัวละครได้หรือไม่

ภารกิจจำนวนมากเปิดให้เลือก Naoe หรือ Yasuke ได้ตามสไตล์ของผู้เล่น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกภารกิจจะใช้ตัวละครใดก็ได้

ภารกิจบางส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวส่วนตัวของ Naoe หรือ Yasuke โดยตรง เกมจึงอาจกำหนดให้ใช้ตัวละครที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่อง นอกจากนี้ ตัวละครประกอบบางคนอาจมีท่าทีหรือความคาดหวังต่อ Naoe และ Yasuke แตกต่างกัน และในบางกรณีอาจต้องการติดต่อกับตัวละครเพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

ส่วนภารกิจทั่วไป เช่น การกำจัดเป้าหมาย การยึดปราสาท การช่วยเหลือชาวบ้าน หรือการสำรวจพื้นที่ มักเปิดอิสระมากกว่า ผู้เล่นจึงสามารถเลือกแนวทางลอบเร้นหรือการต่อสู้แบบตรงไปตรงมาได้

ความคืบหน้าของตัวละครใช้ร่วมกันหรือแยกกัน

Naoe และ Yasuke มีทั้งส่วนที่ใช้ร่วมกันและส่วนที่แยกจากกัน ระบบถูกออกแบบให้ผู้เล่นรู้สึกว่าทั้งสองกำลังเดินทางอยู่ในโลกเดียวกัน แต่ยังคงมีเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญส่วนตัว

ระดับโดยรวมและความคืบหน้าบางด้านเชื่อมโยงกัน เพื่อไม่ให้ตัวละครที่ถูกใช้น้อยตามหลังจนไม่สามารถเข้าร่วมเนื้อหาได้ แต่สกิล อาวุธ ชุดเกราะ และความชำนาญของแต่ละคนมีรายละเอียดแยกกัน Ubisoft ระบุว่าการออกแบบตัวละครสอง archetype ทำให้ทีมพัฒนาต้องปรับแนวคิดเกี่ยวกับระบบ Progression ใหม่ และผู้เล่นสามารถรับ Mastery Point จากการเพิ่มระดับ ทำภารกิจ กิจกรรม กำจัดศัตรูพิเศษ และจัดการเป้าหมายได้

กล่าวง่าย ๆ คือ ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเริ่มเก็บเลเวลใหม่ทั้งหมดเมื่อสลับตัวละคร แต่ยังต้องลงทุนพัฒนาสกิลและเตรียมอุปกรณ์ให้แต่ละคนแยกกัน

อาวุธและชุดเกราะใช้ร่วมกันได้หรือไม่

อาวุธของ Naoe และ Yasukeส่วนใหญ่ถูกแบ่งตามรูปแบบการต่อสู้ของแต่ละคน จึงไม่สามารถนำอาวุธทุกชิ้นมาแลกกันใช้ได้

Naoe เน้นอาวุธและอุปกรณ์ที่เหมาะกับชิโนบิ เช่น Hidden Blade คาตานะ คุซาริงามะ คุไน ชูริเคน และระเบิดควัน ส่วน Yasuke ใช้อาวุธที่เน้นพลังและการเผชิญหน้า เช่น ดาบยาว คานาโบ นางินาตะ ธนู และปืนเทปโป Ubisoft อธิบายว่า Yasuke มีทักษะเน้นการโจมตี การบล็อก การปัดป้อง และการใช้อาวุธหลายประเภท ขณะที่ Naoe ใช้เสียง แสง เงา เครื่องมือชิโนบิ ตะขอเกี่ยว และ Parkour เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบ

ชุดเกราะและเครื่องแต่งกายก็มีข้อกำหนดตามตัวละคร ผู้เล่นจึงควรตรวจสอบอุปกรณ์ของทั้งสองเป็นระยะ ไม่ควรอัปเกรดเฉพาะคนที่กำลังเล่นอยู่แล้วละเลยอีกคนจนมีพลังต่ำเกินไป

สกิลของ Naoe และ Yasuke แยกจากกันอย่างไร

Naoe และ Yasuke มีสายสกิลที่สะท้อนบทบาทของตนเอง ผู้เล่นจึงต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนแต้มกับความสามารถใดก่อน

สกิลของ Naoe

สกิลของ Naoe มักเกี่ยวข้องกับ

  • การลอบสังหาร
  • Hidden Blade
  • เครื่องมือชิโนบิ
  • การลดเสียงเคลื่อนไหว
  • การใช้คุไนและชูริเคน
  • การควบคุมศัตรูด้วยคุซาริงามะ
  • ความคล่องตัว
  • การหลบหนีจากการตรวจพบ

การพัฒนาสายเหล่านี้ทำให้ Naoe สามารถกำจัดศัตรูได้รวดเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงระหว่างแทรกซึม

สกิลของ Yasuke

สกิลของ Yasuke มักเกี่ยวข้องกับ

  • การโจมตีหนัก
  • การปัดป้อง
  • การบล็อก
  • การทำลายเกราะ
  • การใช้อาวุธหนัก
  • การโจมตีระยะไกล
  • ความทนทาน
  • การควบคุมศัตรูหลายคน

Yasuke ยังมีความสามารถด้านการเชื่อมการโจมตีและเปลี่ยนอาวุธระหว่างคอมโบในบางรูปแบบ ทำให้สามารถสร้างชุดโจมตีต่อเนื่องได้หลากหลายกว่าเมื่อปลดล็อกสกิลที่เกี่ยวข้อง

การสลับตัวละครส่งผลต่อการเดินทางอย่างไร

เมื่อผู้เล่นเปลี่ยนจาก Naoe เป็น Yasuke หรือจาก Yasuke เป็น Naoe เกมไม่ได้บังคับให้เดินทางจากตำแหน่งของตัวละครอีกคนใหม่ทั้งหมด ระบบพยายามรักษาความต่อเนื่องของการสำรวจ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนสไตล์การเล่นโดยไม่เสียเวลามากเกินไป

อย่างไรก็ตาม วิธีเคลื่อนที่ของทั้งสองแตกต่างกันอย่างชัดเจน Naoe สามารถวิ่ง ปีน และเดินทางบนหลังคาได้คล่องตัวกว่า ส่วน Yasuke เคลื่อนที่บนอาคารช้ากว่าและไม่สามารถใช้เส้นทาง Parkour บางประเภทได้ดีเท่ากัน Ubisoft ระบุว่า Naoe กระโดดได้ไกลกว่า ขึ้นที่สูงได้ดีกว่า และเชี่ยวชาญการใช้ตะขอเกี่ยว ขณะที่ Yasuke มีจังหวะการเคลื่อนที่บนหลังคาช้ากว่า

ดังนั้น การสลับตัวละครไม่ได้เปลี่ยนเพียงวิธีต่อสู้ แต่เปลี่ยนวิธีที่ผู้เล่นเดินทางผ่านโลกด้วย

เลือก Naoe เมื่อต้องการลอบเร้น

Naoe เหมาะกับภารกิจที่ต้องแทรกซึม กำจัดเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ หรือหลีกเลี่ยงการต่อสู้ เธอสามารถใช้แสงและเงาเพื่อลดโอกาสถูกพบ รวมถึงใช้เสียงและอุปกรณ์สร้างสิ่งรบกวนเพื่อควบคุมตำแหน่งศัตรู

สถานการณ์ที่ควรเลือก Naoe ได้แก่

  • ต้องเข้าไปในปราสาทที่มีทหารจำนวนมาก
  • ต้องการกำจัดเป้าหมายโดยไม่แจ้งเตือน
  • พื้นที่มีทางขึ้นหลังคาหรือช่องลับ
  • ต้องใช้ตะขอเกี่ยวข้ามกำแพง
  • ต้องการรวบรวมข้อมูลโดยไม่ต่อสู้
  • ต้องการสำรวจพื้นที่แนวตั้ง
  • ศัตรูกระจายตัวและสามารถแยกกำจัดทีละคน

ระบบเงาในเกมทำให้ Naoe สามารถใช้ความมืดเป็นพื้นที่ซ่อนได้จริง ผู้เล่นยังสามารถทำลายหรือดับแหล่งกำเนิดแสงเพื่อสร้างทางผ่านที่ปลอดภัยกว่าเดิม

เลือก Yasuke เมื่อต้องการต่อสู้โดยตรง

Yasuke เหมาะกับภารกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะ หรือพื้นที่ที่มีศัตรูเกราะหนักจำนวนมาก พลังโจมตีและความทนทานของเขาช่วยให้รับมือกับศัตรูหลายคนได้ดีกว่า

สถานการณ์ที่ควรเลือก Yasuke ได้แก่

  • ต้องดวลกับซามูไรระดับสูง
  • ศัตรูสวมเกราะหนา
  • พื้นที่เปิดและมีจุดซ่อนน้อย
  • ภารกิจบังคับการต่อสู้
  • ต้องทำลายแนวป้องกัน
  • ต้องใช้ธนูหรือเทปโปโจมตีจากระยะไกล
  • ผู้เล่นต้องการผ่านพื้นที่อย่างรวดเร็วด้วยกำลัง

Yasuke สามารถโจมตี บล็อก ปัดป้อง และทำลายแนวป้องกันของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาวุธอย่างคานาโบเหมาะกับการทำลายเกราะ ขณะที่นางินาตะช่วยควบคุมระยะเมื่อต้องรับมือศัตรูหลายคน

การเลือกตัวละครก่อนบุกปราสาท

ปราสาทเป็นพื้นที่ที่แสดงความแตกต่างของตัวละครได้ชัดที่สุด ผู้เล่นควรสำรวจโครงสร้าง จำนวนศัตรู และเป้าหมายก่อนเลือกว่าจะใช้ใคร

หากปราสาทมีหลังคา จุดปีนป่าย ช่องหน้าต่าง และพื้นที่มืดจำนวนมาก Naoe จะได้เปรียบ เพราะสามารถหลีกเลี่ยงทหารและไปถึงเป้าหมายโดยไม่ต้องต่อสู้ทุกจุด

แต่หากเป้าหมายอยู่ในลานเปิด มีทหารเกราะหนักคุ้มกัน หรือผู้เล่นต้องการจัดการ Samurai Daisho เพื่อรับรางวัล Yasuke อาจเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

กลยุทธ์ที่ดีคือเลือกตัวละครตามเป้าหมายหลัก ไม่จำเป็นต้องกำจัดศัตรูทั้งหมด หากต้องการเพียงข้อมูลหรือหีบสมบัติ Naoe อาจทำได้เร็วกว่า แต่ถ้าต้องกวาดพื้นที่เพื่อเก็บรางวัลครบ Yasuke อาจจัดการได้ตรงไปตรงมา

สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านบทความเกม ข่าวสาร และแนวทางการเล่นเพิ่มเติม สามารถติดตามเนื้อหาผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันซึ่งนำเสนอข้อมูลความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ

การสลับตัวละครช่วยลดความจำเจอย่างไร

เกม Open World ขนาดใหญ่อาจเกิดความรู้สึกซ้ำได้ หากผู้เล่นใช้วิธีผ่านภารกิจแบบเดิมตลอดเวลา ระบบสลับตัวละครช่วยแก้ปัญหานี้โดยเปลี่ยนทั้งจังหวะและวิธีคิดของผู้เล่น

เมื่อเล่น Naoe ผู้เล่นต้องสำรวจเส้นทาง วิเคราะห์ตำแหน่งยาม และควบคุมแสงกับเสียง แต่เมื่อเปลี่ยนเป็น Yasuke จุดสนใจจะย้ายไปอยู่ที่จังหวะการปัดป้อง การเลือกอาวุธ และการรับมือศัตรูหลายคน

แม้จะทำภารกิจประเภทเดียวกัน ประสบการณ์ก็อาจแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การกำจัดผู้บัญชาการในค่ายสามารถกลายเป็นภารกิจลอบสังหารที่ใช้เวลาเตรียมแผน หรือกลายเป็นการต่อสู้เต็มรูปแบบขึ้นอยู่กับตัวละครที่เลือก

ควรเล่นตัวละครเดียวเป็นหลักหรือสลับใช้ทั้งสองคน

ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครที่ชื่นชอบเป็นหลักได้ เพราะภารกิจจำนวนมากรองรับทั้งสองคน อย่างไรก็ตาม การสลับใช้ทั้งคู่จะช่วยให้เข้าถึงจุดเด่นของเกมได้ครบกว่า

การเล่น Naoe เพียงคนเดียวอาจทำให้ภารกิจที่มีศัตรูเกราะหนักหรือการต่อสู้บังคับยากขึ้น ขณะที่การเล่น Yasuke อย่างเดียวอาจทำให้การลอบเข้าไปในพื้นที่ป้องกันแน่นหนาใช้เวลานานและเกิดการต่อสู้โดยไม่จำเป็น

แนวทางที่สมดุลคือเลือกตัวละครหลักหนึ่งคนสำหรับการสำรวจทั่วไป แต่พัฒนาอุปกรณ์และสกิลพื้นฐานให้อีกคนพร้อมใช้งานเสมอ เมื่อเจอภารกิจที่เหมาะกับความสามารถเฉพาะจึงค่อยสลับ

ทรัพยากรควรแบ่งให้ตัวละครอย่างไร

เนื่องจากอุปกรณ์ของตัวละครแยกกัน ผู้เล่นควรบริหารทรัพยากรอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะช่วงต้นและกลางเกมที่วัสดุอัปเกรดยังมีจำกัด

แนวทางที่เหมาะสมคือ

  • เลือกอาวุธหลักให้แต่ละคนหนึ่งหรือสองประเภท
  • ไม่อัปเกรดอาวุธทุกชิ้นที่พบ
  • เก็บอุปกรณ์ที่มี Perk ตรงกับสไตล์การเล่น
  • รักษาระดับชุดเกราะของทั้งสองไม่ให้ต่างกันมาก
  • ลง Mastery Point กับสกิลที่ใช้งานจริงก่อน
  • หลีกเลี่ยงการกระจายแต้มหลายสายเร็วเกินไป

ตัวอย่างเช่น หากใช้ Naoe เป็นหลัก อาจลงทุนกับ Hidden Blade และเครื่องมือชิโนบิก่อน ส่วน Yasuke ควรมีอาวุธทำลายเกราะและสกิลป้องกันพื้นฐานไว้สำหรับภารกิจบังคับต่อสู้

ข้อดีของระบบสลับตัวละคร

ระบบนี้ช่วยเพิ่มอิสระและความหลากหลายให้กับเกมอย่างชัดเจน โดยมีข้อดีสำคัญ ได้แก่

  • เลือกสไตล์การเล่นได้ตามความชอบ
  • ปรับตัวตามพื้นที่และประเภทศัตรู
  • ทดลองผ่านภารกิจได้หลายแนวทาง
  • ลดความจำเจของโลก Open World
  • เปิดโอกาสให้ใช้ Stealth และ Combat อย่างเต็มรูปแบบ
  • ทำให้เนื้อเรื่องมีสองมุมมอง
  • เพิ่มแรงจูงใจในการสะสมอาวุธและพัฒนาสกิล
  • ช่วยให้การเล่นรอบใหม่แตกต่างจากเดิม

ระบบดังกล่าวยังทำให้ Assassin’s Creed Shadows รองรับทั้งแฟนซีรีส์ที่ชอบการลอบสังหารแบบดั้งเดิมและผู้เล่นที่ชอบระบบ Action RPG จากภาคใหม่ ๆ

ข้อจำกัดของระบบสลับตัวละคร

แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ระบบก็มีสิ่งที่ผู้เล่นต้องปรับตัว

ประการแรกคือการบริหารอุปกรณ์สองชุด ผู้เล่นต้องตรวจสอบอาวุธ ชุดเกราะ และสกิลของทั้งสองคนแทนที่จะดูแลเพียงตัวละครเดียว

ประการต่อมาคือข้อจำกัดในการเปลี่ยนระหว่างการต่อสู้ ผู้เล่นไม่สามารถใช้การสลับเป็นปุ่มแก้สถานการณ์ฉุกเฉินได้ทุกครั้ง จึงต้องเลือกให้เหมาะสมก่อนเริ่มภารกิจ

นอกจากนี้ ผู้เล่นบางคนอาจชอบสไตล์หนึ่งมากจนไม่ต้องการใช้อีกตัวละคร แต่ภารกิจเนื้อเรื่องเฉพาะบุคคลยังอาจกำหนดให้เล่นตัวละครที่ไม่ได้พัฒนามากนัก การดูแลทั้งคู่ให้อยู่ในระดับพร้อมใช้งานจึงยังมีความสำคัญ

ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นมักทำกับระบบสลับตัวละคร

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือการทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้ตัวละครเดียว ทำให้อีกคนมีอาวุธและชุดเกราะอ่อนเกินไปเมื่อเจอภารกิจบังคับ

อีกปัญหาคือเลือก Naoe แล้วพยายามต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากแบบ Yasuke หรือเลือก Yasuke แต่พยายามใช้เส้นทาง Parkour ที่เหมาะกับ Naoe ทำให้การเคลื่อนที่ช้าและถูกตรวจพบง่าย

ผู้เล่นบางคนยังเริ่มภารกิจโดยไม่ตรวจสอบวัตถุประสงค์ เมื่อเข้าไปแล้วจึงพบว่าตัวละครที่เลือกไม่เหมาะ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนกลางพื้นที่อันตรายได้

วิธีป้องกันคือสำรวจข้อมูลภารกิจ ตรวจสอบพื้นที่ และเตรียมอุปกรณ์ก่อนเข้าเขตเป้าหมายทุกครั้ง

เทคนิคใช้ระบบสลับตัวละครให้คุ้มค่าที่สุด

ก่อนเริ่มภารกิจควรพิจารณาคำถามง่าย ๆ สามข้อ ได้แก่ เป้าหมายต้องการความเงียบหรือไม่ ศัตรูมีเกราะหนักมากเพียงใด และพื้นที่มีเส้นทางปีนป่ายหรือจุดซ่อนมากแค่ไหน

หากคำตอบเน้นความเงียบและเส้นทางแนวตั้ง ให้เลือก Naoe หากภารกิจเน้นการต่อสู้และมีศัตรูแข็งแกร่ง ให้เลือก Yasuke

ควรจัด Loadout ของทั้งสองไว้ล่วงหน้า ไม่ควรรอจนถึงหน้าภารกิจแล้วค่อยตรวจสอบอาวุธ เพราะอาจพบว่าอุปกรณ์ล้าสมัยหรือ Perk ไม่เหมาะกับศัตรู

นอกจากนี้ ควรทดลองทำกิจกรรมคล้ายกันด้วยตัวละครทั้งสองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อทำความเข้าใจว่าความสามารถใดช่วยประหยัดเวลาในสถานการณ์แต่ละแบบ

ตารางเปรียบเทียบการเลือกตัวละครตามสถานการณ์

สถานการณ์ตัวละครที่เหมาะกว่าเหตุผล
ลอบเข้าไปในปราสาทNaoeปีนป่ายเร็วและใช้เงามืดได้ดี
ต่อสู้กับศัตรูเกราะหนักYasukeพลังโจมตีและการทำลายเกราะสูง
สำรวจหลังคาและพื้นที่แนวตั้งNaoeมี Parkour และตะขอเกี่ยวที่คล่องตัว
ต่อสู้กับศัตรูหลายคนYasukeทนทานและควบคุมการปะทะได้ดี
กำจัดเป้าหมายโดยไม่ถูกพบNaoeมี Hidden Blade และอุปกรณ์ชิโนบิ
ดวลกับซามูไรระดับสูงYasukeปัดป้องและโจมตีหนักได้มีประสิทธิภาพ
เก็บข้อมูลในฐานศัตรูNaoeหลบสายตาและถอนตัวได้ง่าย
บุกพื้นที่เปิดYasukeไม่ต้องพึ่งจุดซ่อนหรือเงามืดมาก
เดินทางบนหลังคาNaoeกระโดดได้ไกลและเคลื่อนไหวเร็วกว่า
ใช้ธนูหรือปืนโจมตีหนักYasukeมีอาวุธระยะไกลที่สร้างความเสียหายสูง

ระบบสลับตัวละครเหมาะกับผู้เล่นใหม่หรือไม่

ระบบนี้เหมาะกับผู้เล่นใหม่ เพราะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางที่ถนัดได้ ผู้เล่นที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Stealth อาจเริ่มจาก Yasuke เพื่อเรียนรู้ระบบต่อสู้และรับมือความผิดพลาดได้ง่ายกว่า

ในทางกลับกัน ผู้เล่นที่ไม่ถนัดการปัดป้องหรือไม่ต้องการต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากสามารถเลือก Naoe แล้วใช้การวางแผนหลีกเลี่ยงการปะทะได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นใหม่ควรเรียนรู้ทั้งสองระบบ ไม่ควรพึ่งพาตัวละครคนเดียวมากเกินไป เพราะเนื้อหาบางส่วนได้รับการออกแบบให้ใช้ความสามารถเฉพาะของแต่ละคน

ระบบนี้แตกต่างจากการมีตัวละครคู่ในภาคก่อนอย่างไร

ซีรีส์ Assassin’s Creed เคยนำเสนอตัวละครหลายคนหรือให้ผู้เล่นเลือกระหว่างตัวเอกมาก่อน แต่ Assassin’s Creed Shadows เน้นความแตกต่างเชิงเกมเพลย์ของตัวละครอย่างจริงจัง

Naoe และ Yasuke ไม่ได้มีเพียงบทสนทนาหรือรูปลักษณ์ต่างกัน แต่มีรูปแบบ Parkour การลอบเร้น อาวุธ พลังป้องกัน และวิธีรับมือศัตรูที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เป้าหมายของระบบจึงไม่ใช่ให้ผู้เล่นเลือกตัวละครที่ชอบแล้วเล่นเหมือนกันทั้งหมด แต่ต้องการให้ผู้เล่นเปลี่ยนวิธีคิดตามตัวละครที่กำลังควบคุม นี่คือเหตุผลที่ Ubisoft เรียกทั้งสองสไตล์ว่าเป็นแนวทางที่เสริมกัน มากกว่าการเป็นตัวละครที่แข่งขันกันเอง

บทสรุป

ระบบสลับตัวละครใน Assassin’s Creed Shadows เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเปลี่ยนระหว่าง Naoe และ Yasuke หลังจากดำเนินเนื้อเรื่องช่วงต้นและปลดล็อกทั้งสองคนครบแล้ว ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครสำหรับภารกิจจำนวนมากได้อย่างอิสระ แต่ยังมีภารกิจเนื้อเรื่องบางส่วนที่กำหนดตัวละคร รวมถึงไม่สามารถสลับได้ในระหว่างการต่อสู้หรือสถานการณ์เฉพาะบางประเภท

Naoe เหมาะกับการลอบเร้น การปีนป่าย การสำรวจพื้นที่แนวตั้ง และการกำจัดเป้าหมายโดยไม่ถูกพบ ส่วน Yasuke เหมาะกับการต่อสู้โดยตรง การทำลายเกราะ การดวลกับศัตรูระดับสูง และการรับมือกับศัตรูหลายคน

ความคืบหน้าบางส่วนของทั้งสองเชื่อมโยงกัน แต่สกิล อาวุธ ชุดเกราะ และแนวทางพัฒนามีรายละเอียดแยกกัน ผู้เล่นจึงควรบริหารทรัพยากรให้ทั้งคู่พร้อมใช้งาน ไม่ควรทุ่มทุกอย่างให้คนเดียวจนอีกตัวละครอ่อนเกินไป

หัวใจของระบบนี้ไม่ได้อยู่ที่การค้นหาว่าใครเก่งกว่า แต่เป็นการเลือกให้ถูกสถานการณ์ เมื่อพื้นที่ต้องการความเงียบ Naoe จะสร้างความได้เปรียบอย่างมาก แต่เมื่อภารกิจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้ Yasuke จะช่วยให้ผ่านแนวป้องกันได้มีประสิทธิภาพกว่า การเรียนรู้และสลับใช้ทั้งคู่จึงเป็นวิธีสัมผัส Assassin’s Creed Shadows ได้ครบถ้วนที่สุด

ผู้ที่ต้องการติดตามบทความเกม แนวทางการเล่น และเนื้อหาความบันเทิงเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่อค้นหาเรื่องราวและข้อมูลที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง